วันพุธที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2568

มาตรฐานมึงกับกู

 


ระหว่างที่หน่วยกู้ภัยกำลังเร่งรีบรื้อซากปรักหักพังเพื่อค้นหาผู้ติดอยู่ใต้ซากตึก พลันก็มีชายหน้าตี๋คนหนึ่งยืนสะอึกสะอื้นงั่กๆอยู่ในมุมลับตา 

อาตี๋:    โธ่ เตี่ย ไม่น่าเลย ไม่น่าจะมาตายในตึกนั่นเลย อั๊วเคยบอกแล้ว เวรกรรมมีจริง 

เตี่ย:     มึงจะร้องหาเตี่ยมึงเรอะ อั๊วะยังไม่ตาย 

อาตี๋:    อ้าว เตี่ย ยังไม่ตายหรอกรึ อั๊วะคิดว่าแหละไปแล้ว เตี่ยไปหลบที่ไหนมา 

เตี่ย:     เสียงดังหาเตี่ยมึงเรอะ เดี๋ยวพวกนั้นได้ยิน เขากำลังมาเก็บตัวอย่างเหล็กไปตรวจ เขาสงสัยว่า                       เหล็กกับปูนไม่ได้มาตรฐาน

อาตี๋:    ได้มาตรฐานซิเตี่ย อั๊วจ่ายไปกับมือ 

เตี่ย:     มาตรฐาน มอ ออ กอ รึ

อาตี๋:    มาตรฐาน มึงกับกู คับเตี่ย 

เตี่ย:    มาตรฐานเหล็กเส้น SDT แปลว่าอะไรวะอาตี๋ 

อาตี๋:    ก็มาตรฐาน ส้งติงทำ ไงเตี่ย 

เอียงมานานแล้ว

 

ท่านเปา:    เจ้าหน้าที่ มันเกิดอะไรขึ้น เสียงผู้คนเอะอะโวยวายข้างนอกศาลไคฟงของเรา
จั่นเจา:       ใต้เท้า ข้าไปตรวจดูแล้ว ผู้คนวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ไปรวมกันอยู่บนถนนข้างหน้าโน่น
ท่านเปา:    พวกเขาหนีอะไรกัน 
จั่นเจา:       แผ่นดินไหวครับใต้เท้า น่าจะเป็นอ๊าฟเตอร์ช็อค พวกเขาบอกว่าศาลเอียง
ท่านเปา:    บังอาจ!!!! ศาลเราไม่ได้เพิ่งเอียง มันเอียงมานานแล้ว 

วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2568

ซาก

 เหลือแต่ซาก


แผ่นดินไหวกับการถล่มพังทลายของอาคาร บ้านเรือน มีคนเจ็บ คนตาย เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ ก็ด้วยเหตุนี้ จึงต้องมีมาตรการมากมาย ที่จะลดความสูญเสียเหล่านั้นลงด้วยวิธีการสาระพัด เช่น การออกแบบทางวิศวกรรมให้ตึกสามารถทนแรงสั่นสะเทือนจากแ่นดินไหว แรงลม และอื่นๆในระดับที่ปลอดภัย ตามมาด้วยเทคโนโลยีด้านวัสดุ ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก คอนกรีต กระจก และอื่นๆ ให้มีมาตรฐานตามที่ต้องการ ในขณะเดียวกัน ก็ควบคุมกันแจ ในเรื่องคุณสมบัติของผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงานและอื่นๆ เพื่อคำตอบเดียว ทำให้ปลอดภัย 

ตึกถล่มลงมาในพริบตา กลายเป็นซากอิฐซากปูนกองทับร่างคนงานฝังพวกเขาทั้งเป็น ทิ้งคำถามคาใจไว้บนซากนั่น ที่ต้องคอยดูว่าจะมีคำตอบออกมาทำนองไหน 

แน่นอน ร้อยทั้งร้อยของคนที่เฝ้าจับตาดู ต่างก็มีคำถามว่า ตึกราคาเกือบสามพันล้าน ของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นมาตรวจสอบจับผิดคนโกง ที่คอยเกาะกินเงินหลวง ทั้งเรื่องยิบเรื่องย่อยอย่างนมโรงเรียน อาหารกลางวัน ไปยังโครงการของรัฐ แต่กลายเป็นว่า ตึกของหน่วยงานตัวเองกลายเป็นซาก ที่ทำไปทำมาจะดูเหมือนว่ามีกลิ่นเน่าๆโชยออกมา แต่ไม่ใช่กลิ่นซากร่างไร้วิญญานของคนงานที่ถูกฝังใต้กองตึก แต่มันเป็นกลิ่นซากเน่าของหน่วยงานเจ้าของตึก 

ความยากเย็นของเรื่องความปลอดภัย มันไม่ได้อยู่ที่ทำให้มีมาตรฐานสูงๆ ใช้เทคโนโลยีล้ำยุค แต่มันยากตรงที่ทำให้สิ่งเหล่านนั้นถูกนำมาใช้จริงๆโดยไม่มีการกัด กร่อน บ่อนเซาะ จากการโกงกิงในแต่ละระดับชั้น และในแต่ละขั้นตอน นี่เป็นความฝันลมๆแล้งๆ ที่ไม่มีทางเป็นจริง

ดีหน่อยก็ตรงที่ยังไม่มีใครหน้าด้านพอที่จะออกมาโยนความผิดให้คนงานที่ผูกเหล็ก เทปูน ตีแบบ ขับเครน ดัดเหล็ก และกวาดพื้นว่าเป็นต้นเหตุของตึกถล่มครั้งนี้ อย่างมากก็แค่บอกว่าตึกมันอยู่ระหว่างก่อสร้าง ปูนยังไม่เซ็ตตัว 

ใต้ซากนั่น มีร่างคนงาน อาจจะมีผู้รอดชีวิตที่รอการช่วยเหลือ รอปาฎิหารย์ มีกองคอนกรีต เหล็ก ทับถมราวภูเขาทั้งลูก การเข้าช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องง่าย 

มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ติดตายคาซาก แต่กำลังทุรนทุราย กับสิ่งที่กำลังกดทับสมอง ให้ต้องหาทางหนีทีหลบ ไม่ให้เรื่องถึงตัว ป่านนี้ บ้านหลังใหญ่ รถหรู และเงินทอง เพชรนิลจินดาที่ได้มามันเริ่มส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง จะเงียบ หรือจะออกมาบ่ายเบี่ยงเลี่ยงหลบมันก็ลำบากเพราะซากมันทับกองพะเนิน 

หน่วยงานที่ทำหน้าที่สอบสวน อำนวยความยุติธรรมก็อ้ำๆอึ้งๆกันไปหมด ลูบไปตรงไหนก็ปะจมูก โดนปาก ใครต่อใครมากมาย ตอนนี้ ผู้คนก็ขยันเข้าช่วยขุดช่วยคุ้ย ตรงนั้นก็เจอ ตรงนี้ก็น่าจะใช่ ขนาดเก้าอี้หรูที่ซื้อจากอิตาลีก็จังมีคนขุดขึ้นมาถาม สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เขากำลังทำอะไร

บางคนก็โพล่งออกมาดังๆว่า มันน่าจะถล่มตอนที่พวกนั้นนั่งประชุมกันในตึก บนเก้าอี้หนังวัวราคาเหยียบแสน แล้วค่อยมาช่วยกันขุดพวกนั้นออกมาจากซากตึก 

ซากอิฐปูนพวกนี้ แม้จะขนออกไปสร้างตึกใหม่ขึ้นมาแทน แต่มันคงยังเป็นซากเดนในสังคมไทยๆไปอีกชั่วกาลนาน 

ขอให้ทุกดวงวิญญานที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ไปสู่สุขคติ 😪


วันพุธที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568

จับมือใครดม

 


เหตุการณ์ทางพิเศษที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างถล่มที่ถนนพระราม 2 เกิดขึ้นซ้ำๆซาก จนเสียงที่อุทานผ่านสื่อออนไลน์ระงมไปหมดว่า แ.่ง อีกแล้วเรอะ! 

จับมือใครดมไม่ได้ ก็ไม่มีคำตอบให้สังคม บ้างก็ว่า เป็นเหตุสุดวิสัย โทษเจ้าแม่งูจงอาง โทษฟ้า โทษดินไปตามเรื่อง บ้างก็บอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนผูกเหล็ก ว่าไปนู่น รัฐมนตรี โท เอก ก็ไถไปสีข้างแดงเถือก 

จริงอยู่ การเกิดอุบัติเหตุ มันไม่มีใครอยากให้เกิด ไม่คาดคิด และไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าจะให้มันเกิด แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วก็ต้องหาทางป้องกัน ขั้นตอนแรก ก็ต้องสอบสวนกันอย่างละเอียด เพื่อจะตอบให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เอาใจช่วย สำหรับผู้สูญเสีย และผู้ที่กลายเป็นจำเลยของสังคมในยามนี้ ข่าวสองสามวันมานี้ สับสนอลหม่าน ยากที่จะเห็นว่า ใคร ดมมือใคร รอดมกันต่อไป





วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

จ่อว่าจะจับ VS ปรับโดยไม่ต้องจ่อ

 



ผมพูดถึงแง่มุมกฏหมายความปลอดภัยอยู่บ่อยๆ และมักจะหยิบยกการบังคับใช้กฏหมายความปลอดภัยมาเปรียบเทียบกันระหว่าง OSHA ของอเมริกา และ โอชา ของไทยแลนด์ (แต่น แต้น) ว่าเขามีลีลาในการลงดาบอย่างไร 
ก็ต้องบอกว่า ของ โอชา ไท้แลน เวลาจะลงดาบ ก็จะต้องฟ้อนไปรอบๆ มีดาบเล่มเบ้อเริ่มในมือ อย่างดาบในมาตรา 53 สามารถลงดาบนายจ้างที่ไม่ทำตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในกฏกระทรวง (ซี่งก็จะครอบจักวาลไว้หลวมๆ คลุมๆเครือๆ แบบว่าจะตีความให้หลุดก็ตีได้ จะตีความให้ จำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก็ทำได้) แถมด้วยดาบมีดสั้นจากมาตรา 13, 16, 32 นี่ก็ไม่ธรรมดา จำคุก 6 เดือน ปรับอีก 200,000 ไหนจะมาตรา 14 ที่ปรับเพิ่มได้อีก 50,000 หากหมั่นใส้ ไล่ไปเจอว่าผิดหลายกฏกระทรวง ก็คูณเข้าไปสิ 

เครดิต 

แต่พอเอาเข้าจริง ไม่รู้ได้เคยลงดาบใครสักทีมั่งยัง สงสัยจัง ผมเข้าไปอ่านในเว็ปของ กอง มีเคสที่เขาเอามาโพส อ่านไปอ่านมาก็ยังกังขาว่า เอ เขาได้ลงโทษนายจ้างที่ละเมิดไปบ้างมั้ย รึว่าได้แต่จ่อ อี๊ แอ่ แอ๋ แอ่ แอ๋ รำป้อๆ ให้นักโทษเสียวแล้วเลี้ยวขึ้นรถตู้กลับออฟฟิศตึกเขียว 

แต่ของอเมริกาโน่น OSHA เขาไม่ได้ดุดันอย่าพวก เอฟบีไอ ที่ไปไหนๆยกบัตรให้ดู ถีบประตูแล้วตะโกนสั่ง ฟรี๊ซ ๆๆๆ พวกเขาไปตรวจ สถานประกอบกิจการ ไปเฉยๆ ไปตามที่มีคนร้องเรียน ไปตอนมีเหตุ ไปถึงก็ตรวจๆๆๆๆ เจออะไรก็จดๆๆๆๆ จดเรียงข้อ เรียงกระทง ถ้าอะไรที่เป็น การกระทำผิดแบบ สะเว็ป SVEP- Severe Violator Enforcement Program อย่างเช่น ไม่มีการตรวจเครน ไม่มี LOTOTO อันนี้เจอบ่อยๆ แบบนี้เขาสั่งปรับ ข้อหาละ 7000-8000 USD เรียกว่าปรับกันเห็นๆ ปรับขี้แตกขี้แตน แถมโพสให้เห็นเลยว่าข้อหาอะไร บริษัทอะไร ไม่มีหรอกไอ้ที่จะมาใช้ตัวย่อ บริษัท ช ผู้รับเหมา ห นาย Z โห่ย ไม่เชื่อลองคลิกไปดู

วัฒนธรรมความปลอดภัยที่สำคัญมากๆอย่างหนึ่งก็คือ ทำตามมาตรฐาน ไม่ลูบหน้าปะจมูก ไม่เงื้อง่าราคาแพง โปร่งใส 

รึใครเห็นเป็นอย่างอื่น คอมเมนท์กันมานะครับ 


วันพุธที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568

อบรมทำงานบนที่สูง

 



การฝึกอบรมด้านความปลอดภัยที่ระทึกใจผู้เข้ารับการอบรมสุดสุด ที่ครูฝึกได้โชว์พราวด์ แสดงสตั้นท์โชว์เรียกเสียงฮือฮากรีดกร๊าด ก็มีหลายหลักสูตรทีเดียว แต่ละอย่างก็เสียวไปคนละแบบ อย่างอบรมความปลอดภัยการทำงานบนที่สูงนี่ก็ เน้น ให้ผู้เข้าอบรมใส่ Full Body Harness แล้วให้ได้มีโอกาสไปห้อยต่องแต่ง แล้วฝึกใช้ Rope Grab ใช้อุปกรณ์ในการหย่อนตัวลงมาให้ถึงพื้น เป็นไฮไลท์ ทำให้เรื่องสำคัญของการป้องกันอันตรายจากการทำงานบนที่สูงถูกละเลยไป เช่น 

การตกจากที่สูง ถ้าจะมองในแง่ความเสี่ยง จะเห็นว่า สามารถจัดการได้ทั้ง Likelihood และ Consequence  พูดง่ายๆ การป้องกันการตกจากที่สูงทำได้สองวิธี 

1. ปิดโอกาสไม่ให้เกิดการตกเสียตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะคนตก ของร่วง โครงสร้างถล่ม ด้วยการออกแบบ Safe Working Platform และเลือกใช้ให้เหมาะสม แบบนี้นายจ้างไม่ค่อยปลื้ม เพราะมันเปลือง ต้องใช้นั่งร้านมาตรฐานสูง ปูพื้นเต็ม ไม่มีช่องให้ของร่วง มี Toe Board มีราวกันตก มีบันไดทางขึ้นทางลงที่สมบูรณ์ เรียกได้ว่า เหมือนกับเดินจากชั้นหนึ่งขึ้นชั้นสองเลยทีเดียว วิธีนี้ถ้าไม่รวยจริง ไม่คลั่งเซฟตี้จริง ทำไม่ได้ ทางเลือกอื่นๆ ก็เช่น ใช้นั่งร้านแบบเคลื่อนที่ได้ ใช้รถกระเช้า Cherry Picker รถกระเช้าแบบ Scissor Lift ซึ่งก็ต้องหาซื้อหาเช่ามาอีกเหมือนกัน อุบกรณ์ MEWP-Mobile Elevated Platform พวกนี้จัดได้ว่าเป็น Safe Working Platform ถ้าใช้เป็น  

2. ถ้ามีงานที่ต้องออกไปทำนอกแบบที่ 1 เช่นปีนป่ายออกไปนอกราวกั้น ก็จัดได้ว่า Risk to Fall แบบนี้ มีโอกาสตกสูง แต่การตกนั้นจะไม่ตายแน่นอนถ้าไม่กระแทกพื้น กระแทกโครงสร้างอื่นๆ คุณว่าจริงมั้ย ลองคิดดิ ตกจากเครื่องบิน แต่ไม่ถึงพื้น จะตายมั้ย นั่นแหละจึงเป็นบทบาทของ Personal Fall Arresting System -PFAS ซึ่งก็ฝากชีวิตไว้กับ ABCDE- Anchoring Point, Body Harness, Connectors, Decelerating Devices, และสุดท้าย Emergency Rescue

มัวแต่เน้นเอามัน สาระสำคัญก็เมินไปเสียหมด แบบนี้ สู้เอาแมงมุมมากัด ให้ทุกคนกลายเป็นสไปเดอร์แมนดีกว่ามั้น พอตกขึ้นมาก็ ยื่นมืออกไป เอานิ้วกลางกดอุ้มมือ ฉีดใยแมงมุมปี๊ดๆออกไป ไม่ตายถ้าใยไม่หมด อบรมไป ถ้าละเลยข้อแรก ยังไงก็ตกลงมาตายอยู่ดี เหอๆๆๆ

วันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2568

เรื่องของ สี่ผู้

 


ที่อับอากาศ เป็นมฤตยูที่คร่าชีวิตของคนงานเป็นอันดับต้นๆ พอๆกับการตกจากที่สูงและการถูกไฟดูด ไฟช๊อต ต่างกันนิดก็ตรงที่ว่า ที่อับอากาศมักจะตายคราวละหลายๆคน ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

มันเป็นความเข้าใจผิดๆว่า เวลาเข้าที่อับอากาศ ต้องเข้าไปคราวละหลายๆคน เผื่อว่าเวลาเป็นอะไรจะได้ช่วยกันออกมาได้ 

อันตรายในที่อับอากาศมีสองลักษณะ คือ บรรยากาศอันตราย เช่นขาดออกซิเจน มีก๊าซพิษ ก๊าซไวไฟ  กับอีกแบบคือ สภาพอันตราย เช่นไฟรั่ว ไฟดูด หรือเครื่องถูกสตาร์ทขึ้นมาทั้งที่มีคนอยู่ข้างในบดจนเละเป็นเศษเนื้อ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเข้าไปกี่คน เวลาตายก็ตายพร้อมกันหมด

ร่างกายขาดออกซิเจน กล้ามเนื้อจะอ่อนแรง เพราะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆเป็นกล้ามเนื้อลาย ขาดออกซิเจนแค่ไม่เกิน 8 นาที ก็ไม่รอดแล้ว 

ส่วนก๊าซพิษ อย่าง ก๊าซไข่เน่า มันทำให้เราตายได้เร็วมากๆ ด้วยความเข้มข้นเพียงแค่ 15 ppm ในเวลาไม่เกิน 15 นาทีรับรองได้ ต้องห่อกลับบ้าน บางคนยังจินตนาการไม่ออกว่า ไอ้ก๊าซไข่เน่านี่จะไปหาดมได้จากที่ไหน ก็จะแนะนำว่า ลองนอนคลุมโปงแล้วตดรมควันตัวเองดู นั่นแหละมันเลย ก๊าซไข่เน่า ใครที่ชอบค้นคว้าก็นี่เลย ข้อมูลเกี่ยวกับตด  ก๊าซไข่เน่าฆ่าคนโดยไปยับยั้งการหารใจระดับเซลล์ แบบเดียวกับพวกไซยาไนด์เลยเชียว 

หากคุณอยากรู้ว่าในการตดแต่ละทีจะเกิดก๊าซไข่เน่ากี่พีพีเอ็ม ก็ลงทุนเครื่องวัดแก็สหน่อย เอาไปจ่อแล้วตดใส่ ดูซิว่าเข้มข้นเท่าไหร่ 


คนงานจำนวนไม่น้อย มาเข้ารับการอบรมที่อับอากาศแบบสี่ผู้ คือ ผู้อนุญาต ผู้ควบคุมงาน ผู้ปฎิบัติงาน และผู้เฝ้าระวังช่วยเหลือ ผมเพิ่มให้อีกสองผู้เลย คือ ผู้ต้องหา กับผู้เสียชีวิต 

กฏหมายที่อับอากาศ บังคับนายจ้างละเอียดยิบ สรุปใจความง่ายๆ คือที่อับอากาศห้ามเข้า จะเข้าต้องได้รับอนุญาต ใครอนุญาต ก็นายจ้าง ซึ่งไม่ค่อยเห็นว่าจะมีนายจ้างมาเรียนเป็นผู้อนุญาต ส่วนใหญ่ส่งลูกจ้างมาเรียน 

เข้ามาก็นั่งหงอยห่อเหี่ยว ถามว่าคาดหวังอะไร ก็ไม่หือไม่อือ บอกแค่ว่าอยากได้ใบเซอร์ หารู้ไม่ว่าใบเซอร์ที่ได้ มีคุกติดไปด้วย ใครที่เที่ยวไปเซ็นอนุญาตส่งเดช ระวัง คุกเห็นๆ ผู้ต้องหาเลยทีเดียว 

ที่อับอากาศมันไม่ใช่แค่ส่งคนมาเรียนเอาใบเซอร์ มันต้องทำอะไรหลายๆอย่าง (ที่นายจ้างไม่ค่อยอยากทำ) ที่ว่าไม่อยากทำก็เริ่มตั้งแต่

ไม่มีหรอกที่อับที่เอิบอากาศ บ้าไปแล้ว เรามีแต่ถังน้ำ นายจ้างและบรรดานายใหญ่ๆทั้งหลายจะเริ่มที่มุขนี้ก่อน ด้วยการตีตกว่ามันไม่ใช่ที่อับอากาศ 

ก็ในเมื่อมันไม่ใช่ ก็ไม่ต้อง ส่งคนไปเรียน ไม่ต้องตรวจร่างกาย ไม่ต้องระบายอากาศ ไม่ต้องวัด และอื่นๆ อีกมากมาย 

 ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องกับที่อับอากาศก็ไม่มีปากไม่มีเสียง เครื่องวัดแก็สไม่มี พัดลมระบายอากาศไม่มี ก็ไม่ว่าอะไร กูก็เซ็นๆไปงานจะได้เสร็จๆ 

ส่วนคนงานก็เป็นผู้รับเหมา ส่วนใหญ่ก็แรงงานด่างด้าว พูดยังไม่ชัดเลย จะเถียงเป็นรึ

ผู้บังคับใช้กฏหมาย โอ่ย รายนี้ไม่ต้องพูดถึง เขามักจะจ่อเอาผิดนายจ้าง จ่อแล้วจ่ออีก จ่อจนกูเสียว เขาจะปรากฏตัวในชุดเสื้อกั๊กสีดำ เวลาเกิดเหตุแล้ว แถมมาช้ากว่าพวกอาสาสมัครกู้ภัยซะอีก 

ที่อับอากาศมีอยู่ทั่วไป บ่อพักน้ำเสียใต้ดินตามตลาด นี่ก็ตายมาเยอะ ท่อระบายน้ำ ที่เรามักจะเห็นเขาเอานักโทษมาลอกท่อ ลงไปตัวเปล่า ไม่มีอะไรเลย ส่วนใหญ่เป็นพวกหน่วยงานรัฐซึ่งบรรดา พรบ.และกฏกระทรวงไม่ได้บังคับใช้กับเขา 

ล่าสุดบ่อปลาร้า สถานประกอบการที่มีคนงานไม่ถึง 20 คน ไม่ต้องมี จป.อะไรเลย ก็เลยไม่มีใครบอกคอยเตือน 

นี่เป็นผลจากการจัดประเภทสถานประกอบการโดยใช้จำนวนลูกจ้างเป็นเกณฑ์ พอคนน้อยกว่าเกณฑ์ก็บอกว่าไม่ต้องทำ พอคนเป็นหมื่นๆ กลับบอกว่า จอปอวิชาชีพมีคนเดียวก็พอ โอวววว 

การเอาคนงานเข้าที่อับอากาศ ที่ยังไม่สามารถกำจัดบรรยากาศอันตรายจนหมด ก็สามารถทำได้อีก โดยบอกว่านายจ้างต้องให้ลูกจ้างสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสม ป๊าด เหมาะสมของใครล่ะทีนี้ 

เคยมีผู้จัดการคนหนึ่งเดินมาหาผมหน้าเครียด เขาเป็นฝรั่งเศษแต่พูดไทยชัดมาก เขาถาม ษมน ผมไม่ซื้อเครื่องวัดแก็สได้ไหม 

ทำไมล่ะโทนี่ ผมถาม 

มันแพง และก็เราไม่มีที่อับอากาศที่อันตรายอะไรมากมาย มีแต่พวกน้ำและสารเคมีธรรมดาๆ (น่าน) 

แต่เราต้องมีการตรวจอากาศก่อนการอนุญาตนะโทนี่ 

ผมจะเอาเครื่องวัดแสตกไปใช้ แทน 

โอว เครื่องนั่นมันไม่อ่านค่าตรงๆนะ ต้องเอาเข้าแลป ไปคำนวณอีกที แถมมันใหญ่มาก 

แต่มันแพง โทนี่ว่า 

เท่าไหร่ ผมถามไปงั้น เพราะรู้ว่ามันแพง อะไรที่เป็นของเซฟตี้ ภาษี 200 % บางอย่างต้องยุ่งยากในการขออนุญาตเพราะถูกจัดเป็นยุทธภัณฑ์ (ประเทศกูเลย) 

สี่เซ็นเซอร์ก็เกือบสี่หมื่นแล้ว โทนี่อ้อน 

เอาล่ะ โทนี่ ฟังนะ คนที่เซ็นใบอนุญาตทั้งหลายล่ะ ลูกน้องยูทั้งนั้น ไม่สงสารเขารึ เวลาเกิดอะไรขึ้น ลายเซ็นหราเลย เขาติดคุก และที่ว่าแพงน่ะ เมื่อคืนยูพาเอฟดีอาร์ (FDR)ไปเลี้ยง (พี่เฟรดเขาเป็น CEO) ยูเลี้ยงไวน์ไปกี่ขวดล่ะ ขวดละเท่าไหร่ แพงกว่าเครื่องวัดแก็สมั้ย 

โทนี่ไม่ตอบ เดินออกไปแบบเคืองๆ 


ผมก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่อยู่ในลิสต์ที่ต้องถูกปลดโดยเร็ว เพราะเหตุฉะนี้แล ดันไปขัดใจซีอีโอเข้า หุๆๆๆ ผู้ประสบภัย 

เสียงฮาจากวงเหล้า

  เวลานั่งฟังคนเถียงกันในวงเหล้านี่มันก็ครึกครื้นไปอีกแบบ และจะยิ่งครึกครื้นหนักขึ้นไปอีกถ้าเขาเป็นคอเหล้าที่เมาด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีกา...