กฏกระทรวง การอนุญาต เป็นผู้ชำนาญการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กลไกใหม่ที่กำหนดไว้ในมาตรา 32 นายจ้างจะเฉยไม่ได้แล้ว
หากจะทำความเข้าใจ พระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 อย่างทะลุปรุโปร่ง คุณกับผมก็จะเห็นตรงกันว่า ถ้าเอาจริง นายจ้างติดคุกง่ายมาก
กฏหมายฉบับนี้ มีลักษณะการลงโทษทั้ง จำ ทั้ง ปรับ หมายความว่า มีโทษจำคุกอยู่ในเกือบทุกๆมาตรา มากบ้าง น้อยบ้าง ส่วนมาตราไหนที่ไม่มีบทลงโทษ เช่น มาตรา 4 ที่ออกแนวให้คำนิยามกว้างๆแบบตีขลุม เช่น นิยามของคำว่า นายจ้าง ลูกจ้าง ซึ่งอ่านไปอ่านมา ก็จะได้ความว่า แม้แต่แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวในแคนทีน ก็เป็นลูกจ้างของสถานประกอบกิจการแห่งนั้น ดังนั้นบรรดาลูกจ้างเหมาค่าแรง ที่นายจ้างอ้างว่าไม่ใช่ลูกจ้างของตน ที่ทำงานแพ็คของในไลน์ ก็ไม่พ้นที่จะถูกนิยามว่าเป็นลูกจ้าง จะทำเป็นขี้เหนียว ไม่จัด PPE ให้ ไม่เอามาเข้าอบรม ซ้อมแผนฉุกเฉิน ซ้อมดับเพลิง ซ้อมปฐมพยาบาล ไม่นับรวม จัดคณะกรรมการความปลอดภัย นับเอาแต่พนักงานประจำ ตรวจร่างกายประจำปีเกี่ยงให้เฮียแหวงเป็นคนออกค่าใช้จ่าย แบบนี้มีให้เห็นกันถ้วนทั่ว ตั้งแต่โรงงานผลิตของกระจุกกระจิก ไปจนแบรนด์ดังระดับโลก ทำเหมือนๆกันหมด เพราะมันอยู่ที่การตรวจสอบบังคับใช้กฏหมาย
มาตรา ๖ ให้นายจ้างมีหน้าที่จัดและดูแลสถานประกอบกิจการและลูกจ้างให้มีสภาพการทํางานและสภาพแวดล้อมในการทํางานที่ปลอดภัยและถูกสุขลักษณะ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนการปฏิบัติงานของลูกจ้างมิให้ลูกจ้างได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามัย ต้องปูพรมแดงเลยไหม ก็ไปตีความเอา คำว่า ปลอดภัย เขียนไว้ในมาตรา 4 “ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน” หมายความว่า การกระทําหรือสภาพการทํางานซึ่งปลอดจากเหตุอันจะทําให้เกิดการประสบอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจหรือสุขภาพอนามัยอันเนื่องจากการทํางานหรือเกี่ยวกับการทํางาน
ซึ่งก็หลบยากเชียว นอกจากจะตีความว่า การประสบอันตรายนั้นไม่ได้เกิดจากการทำงาน ถ้าเกิดในโรงงานก็เขี่ยๆออกไปให้พ้นรั้ว แบบนี้ พอจะหลุดได้ทั้งมาตรา 4 และ มาตรา 6
สองมาตรานี้ดิ้นหลุดไปได้ ที่เหลือก็ฉลุย