ทั้งชีวิตทำงานเป็นลูกจ้างมาตลอด ตกงานครั้งแรกประมาณปี 2002 นึกขึ้นมาได้ก็ขับรถมุ่งหน้าไประยอง ตรงดิ่งไปที่สำนักงานประกันสังคมที่อยู่รวมๆกันกับศูนย์ราชการ คนเพียบเลยตอนนั้น ยืนเงอะงะอยู่หน้าโต๊ะเจ้าหน้าที่ที่นั่งเรียงรายกัน มีสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน สำนักจัดหางาน สำนักงานประกันสังคม เจ้าหน้าที่ก็เยอะ คนตกงานก็แน่นไปหมด
"มาทำอะไรค๊า" เสียงทักมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง
"มารายงานตัวกรณีว่างานครับ" ตอบไปตามที่เข้าใจ เพราะเป็นคนที่จ่ายเงิน อ้อไม่ใช่สิ ถูกหักเงินประกันสังคมเดือนละ 750 ทุกเดือน ปีหนึ่งก็ 9000 ถ้าเอาไปซื้อประกันก็จะได้แบบดีๆเลยเชียว
"กรอกแบบฟอร์มก่อนนะค๊า" เขายื่นฟอร์มให้กรอก ผมหยิบมาดู ว่าฟอร์มอะไร มันคือแบบฟอร์มแสดงความจำนงค์เข้ารับการฝึกอาชีพระหว่างตกงาน ไล่ดูไป ไม่มีอาชีพในฝันที่เราถนัดเลย
ช่างเสริมสวย ช่างตัดผม เพาะเห็ด ทำขนม ไม่ถนัดเลย ไล่ไปเรื่อยจนจบ เอาวะ อันนี้แหละ ขืนไม่ติ๊ก ไปโต๊ะถัดไปไม่ได้ อ่ะ นวดแผนโบราญ เผื่อเมื่อยๆขึ้นมาจะได้ช่วยตัวเองได้ ส่งฟอร์มให้
"มาทำอะไรครับ" เจ้าหน้าที่โต๊ะถัดไปเรียก
"มายื่นเรื่องกรณีว่างานครับ" ส่งเอกสาร หนังสือเลิกจ้าง ต่างๆให้ เขารับไปอ่าน
"เอ่อ คุณสุมนต์ครับ คุณมาช้ากว่ากำหนด คุณหมดสิทธิ์นั้นแล้วครับ"
ผมเหวอไป ตอนนั้นเริ่มโกรธ
"ตอนพวกคุณหักเงินผม ตรงเวลา ไม่เคยช้าสักเดือน ผมจะมาใช้สิทธิ์มั่ง มีงี้ด้วยเหรอ" ผมเริ่มเสียงดัง คนหันมามองกัน
"ขอโทษจริงๆครับ มันเป็นระเบียบ"
ผมนึกในใจ แม่งเอ้ย กูผิดเองที่ไม่รู้ระเบียบของพวกมึง
ปี 2019 ตกงานอีกรอบ หลังจากเก็บข้าวเก็บของ ก็ขับรถตรงไปสำนักงานประกันสังคมที่อยู่กระทรวงแรงงานตรงดินแดง ห่างออฟฟิศไปแค่สิบนาที
"มาทำอะไรค๊า" เสียงทักคุ้นๆ
"มารายงานตัวกรณีว่างงาน" ผมตอบ
"กดบัตรคิวก่อนนะค๊า" หันไปรอบๆ มีกูคนเดียวต้องกดด้วยเรอะ เอากดก็กด บัตรคิวออกมาพร้อมกับเสียงคอมพ์อ่าน หมายเลข
"มาทำอะไรค๊า" ถามอีกแล้ว เมื่อกี้ก็ถามไปแล้ว อ่ะสงสัยว่าจะเป็นขั้นตอนการบริการของเขา
"มารายงานตัวกรณีว่างงาน" ผมตอบ
"คุณน้องตกงานเมื่อไหร่ค๊า" เจ๊ถามอย่างใจดี
"เมื่อกี๊" ผมตอบ
เจ๊หน้าตาตื่น เลิกคิ้วปลอมที่ดูเหมือนเขียนด้วยปากกาเมจิกขึ้น "ไหนพี่ขอดูเอกสาร" ผมหยิบเอกสารออกจากซอง ตอนเซ็นที่โต๊ะฝ่ายบุคคลไม่ได้อ่าน เซ็นอย่างเดียว
เจ๊หยิบไปอ่าน
"คุณน้อง ลาออกเองหรือถูกเลิกจ้าง"
"ถูกเลิกจ้างครับ"
"แต่หัวจดหมายนี่มันเป็นการแสดงเจตนาร่วมกันระหว่างนายจ้าง ลูกจ้างยุติการจ้างงานนี่คะ"
ผมหยิบมาอ่าน จริงๆด้วย ในเอกสารระบุว่าลูกจ้างจะไม่ใช้สิทธิ์เรียกร้องตามกฏหมายสาระพัด กฏหมายแรงงาน ไปจนถึงอนุญาโตตุลาการนู่น ลายเซ็นเราหราเลย ตอนเซ็นกูไม่อ่านเพราะถือว่าเป็นลูกจ้างมืออาชีพ
"ผมถูกเลิกจ้าง ไม่ได้ลาออกเอง" ผมเริ่มเสียงดัง
"ลาออกเองกับถูกเลิกจ้างต่างกันยังไงกับเงินชดเชยกรณีว่างงาน" ถามแบบลูกจ้างโง่ๆเลย โง่ที่เซ็นโดยไม่อ่าน โง่ที่ไม่เคยอ่านกฏระเบียบพวกนั้น
"ลาออกเองก็ได้ค่าชดเชยสามครั้ง เลิกจ้างได้หกครั้ง" เจ๊อธิบายง่ายๆ ผมเถียงหัวชนฝาว่าไม่ได้ลาออกเอง จนแกระอา
"อ่ะ ทำใบนัดรายงานตัวให้ หกครั้ง บ้านคุณอยู่แถวไหน ไม่ต้องมานี่ก็ได้ " ผมบอกแกไปว่าอยู่แถวรามอินทรา แกแนะนำให้ไปที่ตึกไอทีแสควร์ แถวๆหลักสี่
วันนัดแรกวันที่ 10 เมษายน อีกไม่กี่วันหยุดยาวสงกรานต์ พลาดนัด กูอดอีก วันที่ 9 เมษายน ผมขับรถไปที่ตึกนั่น มันเป็นสำนักงานปนๆกันคล้ายที่ระยอง คนเพียบล้นออกมาหน้าห้อง
คิวก่อนหน้าเป็นป้าอายุมากกว่าผม กำลังถูกเจ้าหน้าที่ตรงจุดรับบัตรคิวตะคอกจนแกหงอไปหมด
ถึงคิวผม ก็ยื่นบัตรนัด ส่งไปให้ เขาหยิบไปดู เงยหน้าขึ้นถามผมอย่างเย็นชา
"เขานัดวันที่เท่าไหร่"
"วันที่ 10"
"แล้ววันนี้วันที่เท่าไหร่" เขาตะคอก
"วันที่ 9" ผมตอบ
"แล้วเขานัดวันที่เท่าไหร่" เขาตะคอก
"วันที่ 10" ผมตอบ ตอนนั้นองค์เริ่มจะประทับแล้ว
"แล้ววันนี้วันที่เท่าไหร่" มันตะคอก
"วันที่ 9" ผมตอบ
"แล้วเขานัดวันที่เท่าไหร่"
ผมจ้องหน้ามัน "มีอะไรรึ" ผมถามอย่างข้องใจ
มันหยิบใบนัด พร้อมด้วยปากกาไฮไลท์สีชมพูขีดไปบนวันที่นัด วันที่ 10เมษายน ขีดซ้ำๆ แล้วถามว่า เขานัดวันไหนก็ต้องมาตรงวันนัด
ผมชี้ให้ดูหมายเหตุ การมารายงานตัวก่อนนัด 7 วัน หลังนัด 7 วันให้ถือว่ามาตามนัด
มันเถียง ตอนนี้เขาเปลี่ยนระเบียบแล้ว
องค์ประทับ ผมมองหน้า ตะคอกถาม
"ไหน เอาระบียบที่มึงว่านั่นมาดู เอามา" ผมตะคอกเสียงดัง .ไอ้ เ ี้ย เวลาเก็บเงินกูเร็วนักนะมึง เวลากูจะมาใช้สิทธิ์แ ่งเรื่องมาก ไอ้พวกข้าราชการขี้ครอก" ผมด่าแล้วหันปากลำโพงไปรอบห้อง ไอ้ควายนั่นมือสั่น มันกดบัตรคิวให้ ผมหยุดด่า
เดินไปนั่งรอหน้าโต๊ะ คอมพ์ว่าง ไม่มีคน สักพักใหญ่ อีดอกคนนึงเดินกลับมา ดูดชาไข่มุกอย่างเมามัน หันไปคุยกับคนอื่นข้างหลังเรื่องละคร แล้วหันมาประจันหน้ากับผม
ผมส่งบัตรคิว พร้อมใบนัดให้
"เขานัดวันที่เท่าไหร่'
"วันที่ 10"
"แล้ววันนี้วันที่เท่าไหร่"
"วันที่ 9"
"เขานัดวันที่เท่าไหร่"
อีดอกเมื่อกี๊กูจัดไปอัลบั้มหนึ่งแล้ว
องค์ลงอีกรอบ ผมเริ่มด่า เหมือนที่ด่าไอ้ควายคนแรก หันปากลำโพงไปรอบๆ เสียงดังกว่าเดิม ทั้งสำนักงานเงียบ มีแต่เสียงผมด่า
อีดอกนั่นมือสั่น ระล่ำระลัก "ระบบมันเสีย ถ้าไม่มาตรงวันนัด ไม่ได้เงินก็อย่ามาว่ากัน"
ไม่เคยได้เงินสักสลึงจนถึงปัจจุบัน
ประกันสังคังเอ้ย เฮงซวยนักนะพวกนึง คนที่เขามาใช้บริการ เขามาเอาเงินเขาคืน จำใส่กะโหลกไว้นะพวกมึง




