วัฏจักร โง่ จน เจ็บ นี่ ผมได้ยินตั้งแต่สมัยเรียนปีสอง อาจารย์หมอที่สอนวิชา การบริหารสาธารณสุข ท่านพูดให้พวกเราฟัง
ไอ้ที่นั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ น่าจะมีไม่เกินสามคน รวมตัวผมด้วย ส่วนพวกที่เหลือมันนั่งคุยกัน แข่งกับเสียงบรรยายแบบเบาๆของอาจารย์
โง่ จน เจ็บ ไม่รู้อะไรเกิดขึ้นก่อน จนแล้วเลยโง่ พอโง่มากๆเข้าก็ไม่มีปัญญาที่จะทำให้ตัวเองมีสุขภาพดี หรืออยู่ได้อย่างปลอดภัย ก็เลยเจ็บป่วย รึไม่ก็เจ็บตัว พอป่วยสะเงาะสะแงะ ก็ไปทำงานไม่ไหว ก็เลยยากจน เข้าลูปเดิม ประเทศไทยของเรา รวมเหลือดเนี้ย ฉาดเชี้ยเทย ก็น่าจะอยู่ในอาการนี้แหละ เป็นมานาน ไม่หายสักที
วงจร โง่ จน เจ็บนี่มีหนทางหลุดพ้นนะไม่ใช่ไม่มี หลุดได้แบบถาวรก็คือ ตายไปเลย ไม่ต้องมากระเสาะกระแสะ เดี๋ยวน้ำท่วม น้ำแล้ง หนาวเกิน ร้อนเกิน ตายๆไปซะ จะได้จบๆหลุดจากวงจรอุบาทว์ไปที
อีกทางหนึ่ง ก็คือไปแก้แต่ละตัว เช่น ทำให้หายโง่ ซึ่งพิสูจน์มาแล้วพักใหญ่ว่าทำให้คนไทยหายโง่นี่ยากที่สุดอันดับหนึ่ง
ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอุบัติเหตุทางถนน คนตายแต่ละวันมากที่สุดอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย เมื่อเทียบจำนวนประชากร ลองไปดูสิ คนไทยขับรถได้อุบาทว์มาก จะโทษว่าถนนไม่ดี รถที่ใช้ในประเทศนี้มันกระจอก ก็ไม่ใช่ คนไทยเจอเสียงแตรเข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ชักปืนไล่ยิงกันบนถนน แบบนี้ไม่เรียกว่าโง่แล้วจะเรียกอะไร
ไปทำใบขับขี่ ไปโรงเรียนสอนขับรถ ไปเรียน Defensive Driving ไปหมด แต่ยังโง่เท่าเดิม แก้ไม่หาย พอขึ้นรถปั๊บ ตัวโง่กระโดดเข้าสิงผ่าง ใครขวางหน้ากูไม่ได้กูโกรธมาก เลนขวานี่พ่อกูสร้างไว้คนอื่นอย่ามาขวาง นี่ไอ้โง่ตัวแรก ไอ้พวกก้าวร้าวบนถนน มีเต็มไปหมด
ที่บ้านผม เขาบอกว่าหมาตัวไหนที่มันดุมาก กัดไม่เลือก เพราะเจ้าของให้มันกินน้ำตาลมาก มันเลยดุ คนไทยชอบกินของหวาน จนเบาหวานแดกกันจะหมดประเทศ ไม่ตายด้วยเบาหวานก้ไปรถคว่ำตายบนถนน
จะว่าไป มีพวกขับรถส่งของหลายแบรนด์เลย ทั้งตู้ทึบ ตู้โปร่ง รถคอกขนควาย พวกนี้ก็ขับรถได้เฮงซวยมาก จะว่าไปมันน่าจะเกิดจาก กลัวจนมั้ง พวกนี้อาศัยค่าเที่ยว ค่าลงของ ทำมากได้มาก ทำน้อยขับช้าตะต่อนยอน ไม่พอกิน น่าจะเกิดจากจนมาก่อน แล้วค่อยโง่ พอโง่ไปสักสามสี่เที่ยว ไปชนเขามั่ง ชนคนตายมั่ง เลยเจ็บ เห็นมั้ย จน เจ็บ โง่
หันไปดูประเทศอื่น มันก็จนกว่าเราอีก แต่ทำไมมันไม่โง่ หรือว่า เราโง่กันเป็นกรรมพันธุ์ ถ่ายทอดกันมาตั้งแต่รุ่นโคตรเง่าศักราช ที่อพยพลงมาจากเทือกเขาอัลไต แล้วมาปักหลักกันแถวเขากระโดงมั่ง เขายัยเที่ยง เขายันชีมั่ง ดีเอ็นเอโง่มันเลยหลงมาตัวสองตัว
ทำให้หายโง่นั้นมันยาก ทำให้หายจนนี่สิพอมองเห็นลู่ทาง นายกคนนี้บอกว่า เราจะรวยกันไม่ไหวแล้วโว้ย ไอ้บ้า อย่าไปดูถูกท่านเชียวนา ท่านพูดไปไม่ใช่พูดพล่อยๆ เมิงดู ตั้งแต่เข้ามา เงินสะพัดไปทุกหย่อมหญ้า ตำแหน่งเล็กตำแหน่งน้อย นักการภารโรง เบาะๆก็ต้องมีไม่น้อยกว่าแสนนะเว้นเฮ้ย ซื้อง่ายขายคล่อง
นี่ยังไม่รวมเรื่อง ฮั้วนั่นฮั้วนี่ ถ้าไม่รวยกันจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อ เอาง่ายๆ ไปดูกรณีทิดโชตินั่นปะไร โอโห เงินเต็มกุด เขาเอาเครื่องนับเงินเข้าไปนับ ไอ้โต๊ะกลมที่ทิดเขาใช้สอนทำโมะสีกานั่น ไม่พอวาง แรงใดในโลก เท่ากับแรงโยกไม่มี กรณีนี้ พอจะเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า คนไทยจำนวนไม่น้อย ยังรวยกันอยู่มาก
ส่วนเรื่องเจ็บนั้น เดี๋ยวนี้วิทยาการทางการแพทย์มันล้ำสมัย อะไรๆก็แผลเล็ก ผ่าต่งผ่าตัดสบายมากแผลนิดเดียว แผลที่ทิดโชติแทงยังใหญ่กว่าเยอะ ไม่เห็นร้องว่าเจ็บ
เข้าเรื่องดีกว่า ที่เขียนมาตั้งนานก็เพื่อจะบอก ไอ้พวกพวกโง่ที่ชอบขับรถจี้ชาวบ้านไว้ว่า การจี้ท้ายชาวบ้านเนี่ย เหะหะขึ้นมา มึงคิดว่าจะหยุดทันรึ แค่คิดจะขยับตีนจากคันเร่งไปเหยียบเบรก สมองโง่ๆก็ใช้เวลาไปไม่น้อยกว่า 0.75 วินาทีแล้วมึง แล้วมึงจี้ท้ายเขามาความเร็ว 140 กม/ชม นั่น คิดเป็นวินาทีแล้ว รถมึงพุ่งทะยานไปข้างหน้า เท่ากับ 140 คูณด้วย 0.27 เมตรต่อวินาที ได้เท่ากับ 37.8 เมตรต่อวินาที ที่มึงจี้เขาอยู่ครึ่งเมตร มึงคิดว่าเหยียบเบรกทันรึไอ้ควาย ชนสิครับ ชนระเนระนาด นี่ไง ไอ้โง่ พาคนอื่นเจ็บไปด้วย
คำนวณให้ดูแล้วยังทำคอเอียง เถียงด้วย เดี๋ยวปั๊ดตบให้ โง่แล้วยังไม่ฟัง
เถียงฉอดๆ รถกูนะเว้ยมีแอร์แบ๊กสิบสองลูก แบบว่าระเบิดออกมาพร้อมกันกูหายใจไม่ออกตายก่อนที่เฮียปอจะงัดออกมาได้ ควายแท้
สอนพวกเฮียขับรถเรื่อง ระยะหยุด เท่ากับระยะคิด บวกระยะเบรก มันไม่เก็ท ยิ่งเอาเรื่อง P=mv ยิ่งไปกันใหญ่ มันโง่ ตอนเรียนครูสอนมันก็โดดเรียน ไปแอบดูดยาหลังส้วม ไปดูกัญชาหลังป่าช้า ดีนะมึงผีไม่ลุกมาหักคอเอา
สูตร P=mv หรือที่ท่านนิวตั้นเรียกว่า โมเมนตั้ม หรืออีกนัยหนึ่ง มันคือ Inertia In Motion หนักเลย สมองโง่ๆเจอสูตรนี่ โง่หนักมาก F= ma หรือ F= m คูณด้วย ความเร็วที่เปลี่ยนไป หารด้วย t ถ้าย้ายข้าง เอา t ไปคูณกับ F ก็จะเรียก Ft ว่า Impulse อธิบายพอให้เห็นภาพ รถบรรทุกสิบแปดล้อ วิ่งมาเหยาะๆ สี่สิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง เวลาชนกันกับอะไรสักอย่าง ก็ไม่ต่างจากรถโตโยต้าวีออสที่เหาะมาเป็นร้อย โมเมนตั้มมันพอๆกันเลย การจะทำให้คนในรถบาดเจ็บน้อยลง ก็ต้องหักล้างโมเมนตัมลง เฉกเช่น หากเอาไข่ไก่ขว้างใส่กระดานดำ ไข่ย่อมแตกโป๊ะ แต่แทนที่กระดานด้วยผ้าที่ขึงหย่อนๆ พอไข่โดนขว้างเข้าหาผ้า ไข่ก็ไม่แตกฉันนั้น นี่แหละที่มาของความเข้าใจสูตรฟิสิกส์ง่ายๆ จะทำให้ขับรถฉลาดขึ้น
ความโง่เนี่ยมันทำให้เวลาที่ควรเร็วไม่เร็ว เวลาที่ควรชะลอไม่ชะลอ ความโง่มันทำให้คนไทยใช้อุปกรณ์ที่ติดมาในรถสองอย่างไม่ชำนาญ คันเร่ง และเบรก ใช้ไม่เป็นกันส่วนใหญ่ พอๆกับอาการแพ้เสียงแตร ได้ยินไม่ได้ ของขึ้น ส่วนไฟเลี้ยว คนไทยจะไม่ค่อยใช้เช่นกัน เพราะพอเห็นไฟเลี้ยวก็จะถูกคันอื่นแทรกหรือเร่งเครื่องปิดซะไม่ให้เข้า
เรื่องถนัดของเราคือการเบียด แทรก รถติดหนึบยาวเหยียด ก็จะชำนาญในการวิ่งไหล่ทาง แล้วไปมุดแทรกเอาที่คอสะพาน ความโง่มันทำให้ทนทานต่อสายตาด่าทอจากคันอื่นๆที่ถูกเบียดแทรก จะว่าไปก็ไม่เลวนะข้อนี้ มันสอนให้คนไทยกระตือรือร้น ปรับตัวเก่ง แบบนี้ประเทศน่าจะรวยไม่ไหวแล้วโว้ยเฮ้ย
ฝรั่งเขามีศูนย์วิจัยที่ศึกษาการบาดเจ็บเมื่อเกิดรถชนกันในรูปแบบต่าง ในศูนย์วิจัย มีรันเวย์ที่ทำให้รถที่จะทดสอบวิ่งไปด้วยความเร็วที่กำหนด ในรถก็มีหุ่นดัมมี่ หุ่นไอ้โง่ ดัมบ์แปลว่าโง่ นั่งมาในรถ มีทั้งตัวใหญ่ตัวเล็ก บางคันนักวิจัยก็จะดูว่าเวลารถชนกับที่กั้น หุ่นมันได้รับบาดเจ็บตรงไหน หน้ากระแทกกับอะไร เพราะที่หน้าหุ่นเขาทาสีไว้ พอกระแทกจะมีรอยตรงนั้นตรงนี้ในรถ หน้าอกได้รับแรงไปกี่นิวตั้น ยุบไปกี่มิล หัวใจ ตับใตใส้พุงเป็นยังไง แล้วเขาก็เอาไปพัฒนาระบบความปลอดภัยในรถ ส่งไปขายทั่วโลกเลย
พอมาขายที่เมืองไทย ฝรั่งเป็นโงงมาก ทามมายตายกันเยอะแยไปโหมดเลย ฝรั่งมันไใ่รู้ว่าคนไทยยังอยู่ในวงจร โง่ จน เจ็บ อยู่ ถึงมีตังค์ซื้อรถ ก็ขับไปแบบโง่ๆนั่นแหละ ชนกันทีตายเกลื่อน โอ้ มาย ก็อด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น