วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2567

พระรามสยอง ปลาร้าสยิว

 ข่าวสะเทือนใจกลางปีนี้ก็คงหนีไม่พ้นรถบัสนรกที่ย่างสดนักเรียนไปกว่า 20 ชีวิต และเขย่าขวัญกันด้วยข่าว Launcher Gantry ถล่มที่ถนนพระรามสยอง ต่อด้วยข่าวบ่อปลาร้าสยิวที่คร่าชีวิตไป 5 ศพ 😐


มีคนถามขึ้นดังๆว่า ก็ในเมื่อมี จป.วิชาชีพเป็นแสนคน จป.หัวหน้างานอีกหลายแสนคน จป.บริหารอีกมากมาย ทำไมยังเกิดอุบัติเหตุไม่หยุด 

บ้างก็ข้อนขอดว่า มีกฏหมา(ย)มากมายจากแต่ละกระทรวง ทบวง กรม นี่ไม่นับรวมบรรดาประกาศ คำสั่งที่ออกโดยคณะปฏิวัติ ก็แล้วทำไมไม่ดีขึ้นบ้างเลย

มีผู้รู้ กูรู้ กูไม่รู้แต่แกล้งรู้ กูปีนเสาก็เลยรู้ กูโดนกระโถนฟาดก็เลยรู้  และบรรดาดอกเตอร์ ดอกแต๋ว มากมาย ทำไมเราไม่สามารถหาข้อยุติแล้วเอาไปแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

มีอะไรที่คล้ายคลึงกันและเป็นแกนกลางของปัญหาเหล่านั้น 

ถ้าเป็นเมื่อสมัยปี 1930 Herbert William Hienrich ก็จะบอกว่า ความยากจนไง ประเทศที่ยากจน คนยากจน เวลาทำอะไรแต่ละอย่าง มันก็ไม่คิดอะไรหรอก เพราะงานมันต้องรีบ ต้องเร่ง ต้องเสร็จ ไม่งั้นไม่ได้ค่าจ้าง มีอะไรก็ใช้ไปก่อน จะไปเอาอะไรหรูหราหมาเห่า เขาไม่ซื้อมาให้ใช้หรอก เรื่องความตระหนัก ไม่ต้องถามหา ก็มันจน จะเอาเงินที่ไหนไปเรียนรู้ ดูได้อย่างดีก็ติ๊กต่อก คำว่าอย่าทำอย่างนี้ ไม่มีหรอก ไม่ทำแล้วใครจะทำ  ส่วนพวกเซฟตี้จะไปหือไปอืออะไรได้ มีงานให้ทำก็ดีตายห่าแล้ว นายสั่งก็ต้องทำ ส่วนไอ้พวกเซฟตี้ซ่าๆก็ไปนั่งเขียนบล็อกอยู่นั่นไง เขาไล่ออก เพราะพูดมาก เฮ่อๆๆๆ วงจรโง่จนเจ็บ มันไม่ใช่แค่คน บริษัทก็เหมือนกัน ของขายไม่ดีจะเอาเงิน เอาทรัพยากรที่ไหนมาใส่ลงไปในเรื่องความปลอดภัย มันก็ต้องกำไรก่อนเรื่องแรก ส่วนระดับชาติ ก็โกง กิน คอรัปชั่นกันทุกระดับ อย่าให้ต้องสาธยาย อย่างกรณีรถทัวร์นรกนั่น ป่านนี้ จับคนโกงได้กี่คน ส่วนเรื่องเครนถล่ม คงไม่ต้องสาวไปไกลๆ จับตรงไหนก็เจอ รึใครจะเถียง 

ถ้าเป็นสมัยปี 1996 Frank E.Bird ก็บอกว่า มันเพราะระบบการจัดการไม่ดี ไม่มีมาตรการที่เพียงพอ ไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน หรือถ้ามี ก็ไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน อะไรๆก็เลย ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสักเรื่อง แล้วก็ลงเอยด้วยอุบัติเหตุไง เออๆๆๆ ฟังดูเข้าท่า ประเทศจนๆ มักจะมีกฏหมายมากมายจนคนออกกฏหมาย คนใช้กฏหมายและคนเดินดินงงไปตามๆกัน แต่กฏหมายที่มีส่วนใหญ่ สักแต่ว่ามี ต้องมี เพราะดันไปเซ็นตกลงในองค์กรระดับโลกมา เลยต้องตามน้ำ ไม่งั้นโลกเขาไม่นับญาติด้วย พอมีกฏหมายมากๆเข้า มีหน่วยงานมากๆเข้าคราวนี้งงครับ เพราะไม่รู้ใครต้องทำอะไร ไม่มีเจ้าภาพ มีแต่เจ้านายตัดริบิ้นเสร็จ ไม่มีคนทำงาน มีแต่ภารโรง คราวนี้ก็ต้องบูรณาการ อีคำนี้ถ้าหมายถึง Integration ผมก็เห็นด้วย แต่ถ้าเป็นแค่คำสวยๆในการประกาศภาระกิจในเว็ปไซท์ของกระทรวง ผมก็ว่า มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย 

ปี 2000 ดอกเตอร์ Jame Reason ก็อธิบายว่าความห่วยแตกทั้งหลายมันก็เหมือนรูที่เกิดจากฟองอากาศในแผ่นชีส คนในประเทศจนๆไม่ค่อยได้กินชีสก็นึกไม่ค่อยออก Swiss Cheese Model อธิบายความล้มเหลวไว้สองประเภท ได้แก่ Latent Failure หรือความล้มเหลวที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน กับความล้มเหลวแบบ Active Failure เป็นความล้มเหลวที่เกิดขึ้นแล้วตูมตามเลย จริงๆแล้วทั้งสามคนพูดไว้ไม่ผิดเลย ความเห็นของ H.W. Heinrich กับ James Reason คล้ายกันตรงเรื่องคน แต่ต่างกันก็ตรงที่เพิ่มเติมว่าความห่วยแตกนั้นมันไม่ได้มาจากคนงานอย่างเดียว องค์กรนี่ก็เป็นต้นเหตุสำคัญ 

อย่างกรณีรถบัสย่างสดเด็กๆ มันก็เป็นแค่ฝีที่แตกออกมาก่อน ถ้าไม่เกิดเหตุนี้ก็อาจจะได้เห็นกรณีรถขนบรรดาพวก อบต. อบจ. ที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวด้วยขบวนรถบัสอย่างคึกคัก เพราะจะสิ้นปีแล้วต้องผลาญงบประมาณให้หมด ตอนนี้ถนนจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยววัยเก๋า ไปกันทีเป็นขบวนยาวเหยียด เดี๋ยวสิ้นปีแล้ว พอเดือนกุมภาก็เลือกตั้งกันใหม่ บางจังหวัดก็มีเรื่องยิงกันตูมตามตายคาบั้น ป่านนี้ยังหาคนยิงไม่เจอ ถ้าเด็กเหล่านั้นไม่ตายก่อน ก็คงได้เห็นทัวร์นรกอีกหลายคันเลยทีเดียว สงสารพวกหนูจัง 

กรณีบ่อปลาร้านั่น ก็เป็นความห่วยของกฏหมายที่มีแต่ไม่บังคับใช้อย่างรัดกุม สถานประกอบกิจการแบบนี้จะว่าเป็นโรงงานรึเปล่า กรมที่เขาดูแลโรงงานอาจจะส่ายหัวดิกๆเกาหัวยิกๆ ส่วนกรมที่เขาดูแลลูกจ้างก็อาจจะไม่อยากออกตัวแรง กลัวงานเข้า ส่วนกลไกที่วางไว้อย่างเช่น จป.ระดับต่างๆ อย่าง จป.หัวหน้างาน จป.บริหาร จป.เทคนิค อย่างหลังนี่ไม่มีแน่เพราะคนงานไม่ถึงเกณฑ์ ต่อให้ถึงเกณฑ์ ใครจะบอก ส่วนกฏกระทรวงที่อับอากาศ อย่าไปหวังว่าจะเอาไทำ ขนาดเกิดเรื่องแล้วยังไม่มีการลงมืออะไรเลย 

เอาเป็นว่า ปัญหาใหญ่ๆของความปลอดภัยในประเทศจนๆ เอาทฤษฎีไหนมาอธิบาย มันก็น้ำตาจะไหลทุกอัน เพราะมันใช่ไปหมด อย่างกรณีเครนล้ม เครนหัก เครนหลุด ขนาดมีกฏกระทรวงกำหนดมาตรฐานเรื่องเครน เรื่องการตรวจ การออกแบบ การติดตั้ง การใช้งาน มีกฏกระทรวงสี่ผู้ ผมเพิ่มให้อีกผู้ คือผู้ต้องหา ยังล้มกันรายวัน คุณว่ามันเกิดจากอะไร ผีผลัก ไม่มีมาตรฐาน หรืออะไร ใครก็ได้ช่วยตอบที

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2567

ขอให้วิญญานหนูน้อยและคุณครูไปสู่สุขคติ



ไม่สามารถทนดูภาพได้จนจบ น้ำตามันไหล 


ข่าวไฟไหม้ รถบัส คร่าชีวิตเด็กนักเรียนและครูที่ติดอยู่ในรถ ภาพไฟที่ลุกโหมท่วมตัวรถมันทำให้อเนจอนาถใจ ความร้อนขนาดนั้นคงไม่มีใครจะรอดออกมาได้

ยิ่งมาได้ฟังข้อมูลเกี่ยวกับการติดตั้งถังแก็สในตัวรถจำนวนมากมาย โดยไม่ต้องใช้อคติ ใดๆในการตั้งคำถาม ว่าติดเข้าไปได้ยังไง แล้วที่ว่าผ่านการตรวจโดยขนส่งทุกๆสองปี มันตรวจกันยังไงถึงได้ผ่านการอนุมัติ 

ส่วนเรื่องคนขับ พนักงานประจำรถอะไรอีกสาระพัดสาระเพ มันยิ่งทำให้เห็นว่า Transportation Safety Management -TSM ที่กรมการขนส่งได้ริเริ่มเอาไว้ มันก็แค่กระดาษ  ผมจะรอดูว่างานนี้ จะเอาผิดเปิดโปงไปได้สักกี่คน สุดท้ายก็คงเงียบๆไปเหมือนเรื่องกำนันนก เรื่องส่วยสติ๊กเกอร์ 

ประสบการณ์ที่ต้องไปติดต่อกับขนส่งแต่ละที มันหงุดหงิด มันหากินกันเป็นกระบวนการ ขนาดเรื่องกระจอกๆอย่างใบรับรองแพทย์ มันยังเอาเลยครับ ใบรับรองแพทย์จากที่อื่นใช้ไม่ได้ ต้องเป็นคลีนิกเล็กๆแถวนั้นแหละ มอเตอร์ไซค์พาไปถูก ขอบอก  ส่วนกรณีทะเบียนขาด มีร้านมากมายแถวๆนั้นรับจัดการให้ ถนนราคาไม่ธรรมดา แลกเอากับความสะดวก ส่วนเรื่องรถโดยสาร รถขนาดใหญ่ เขาตรวจกันแบบไหน ไม่รู้ มารู้อีกทีก็ตอนไฟไหม้คลอกเด็กๆตายนี่แหละ 

ที่นี่ประเทศไทย ประเทศที่ได้รับการบันทึกโดยองค์การ WHO ว่ามีอุบัติเหตุทางถนนอันดับสองของโลก และติดอันดับหนึ่งในเอเชียไม่มีใครแซง 

ประเทศไทย
  



วันพฤหัสบดีที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2567

ลิงห้าตัว

 


 

นักวิทยาศาสตร์ เอาลิงมาห้าตัว ใส่เข้าไปในกรง ที่เพดานกรง มีกล้วยหวีหนึ่งห้อยอยู่ ใต้กล้วยหวีนั้นมีบันไดเตี้ยๆ พอที่ลิงเมื่อปีนไปบนบันไดแล้วจะคว้ากล้วยมาได้ง่ายๆ 

นักวิทยาศาสตร์ เฝ้าดูลิงทั้งห้าตัว 

หากมีลิงตัวใดตัวหนึ่ง เจี๊ยก ขุก ขุก เดินไปแตะบันไดและทำท่าจะขึ้น พวกเขาก็จะระดมฉีดน้ำเย็นเจี๊ยบใส่เจ้าลิงตัวนั้น มันร้องจ๊ากๆๆๆๆ และลิงสี่ตัวที่เหลือก็จะถูกน้ำเย็นนั้นฉีดใส่ ต้องร้องจ๊ากๆๆๆเจี๊ยกๆๆๆ ไปด้วยกันทุกตัว 

ทำอยู่เช่นนี้ทุกวัน เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม 

ไม่มีลิงตัวไหนกล้าเข้าใกล้บันไดและกล้วยศักดิ์สิทธิ์นั่นเลย พวกมันได้แต่นั่งมองกล้วยศักดิ์สิทธิ์ด้วยความอยากกิน 

นักวิทยาศาสตร์ เอาลิงออกมาหนึ่งตัว เอาลิงน้องใหม่ใส่เข้าไปแทนหนึ่งตัว เจ้าเด็กใหม่ เข้าไปในกรง เห็นกล้วยศักดิ์สิทธิ์ มันบ่น ขุกๆๆๆ แล้วเดินอาดๆ เข้าไปที่บันได 

ทันทีที่มันคว้าบันได ลิงสี่ตัวที่นั่งหงอยๆอยู่ในกรงก็พากันรุมกระตื๊บและฉุดลากเด็กใหม่ออกมา เจ้าเด็กใหม่งงกับปรากฏการณ์นี้ มันได้แต่นั่งมองกล้วยนั่นด้วยความอาลัย ผ่านไปหนึ่งเดือน ลิงเก่าถูกเปลี่ยนออกไป มีลิงใหม่มาแทนหนึ่งตัว 

เหมือนเดิม เด็กใหม่เข้ามาในกรง มองกล้วย มองลิง ส่งเสียงถามเป็นภาษาลิง เฮ้ยๆๆๆ พวกเอ็งทำไมปล่อยให้กล้วยมันห้อยอยู่แบบนั้น ทำไมไม่กิน ว่าแล้วก็อาดๆเข้าคว้าบันได 

ความโกลาหลเกิดขึ้น ลิงสี่ตัว ซึ่งหนึ่งในนั้นเคยเป็นลิงใหม่ที่ไม่เคยเจอน้ำเย็นๆ ก็ร่วมกันกระทืบไอ้หน้าใหม่อย่าเอาเป็นเอาตาย 

ทำอยู่แบบนี้ เอาลิงเก่าออก เอาลิงใหม่ใส่แทนไปครั้งละตัว ได้ผลเหมือนเดิม จนกระทั่งลิงชุดแรกที่เคยโดนน้ำเย็นออกไปหมดแล้ว ยังปรากฏว่า เมื่อลิงใหม่เข้ามา หากไปแตะต้องกล้วยศักดิ์สิทธิ์นั่นมีอันเจ็บตัว 

การทดลองนี้พิสูจน์ให้เห็นสาเหตุที่เด็กอาชีวะต้องตีกัน ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่รุ่น มันยังไม่รู้เลยว่าตีกันเรื่องอะไร 

เซฟตี้ก็เหมือนกัน หากทำให้เกิดปรากฏการณ์การยอมรับและเอาใจใส่เรื่องความปลอดภัยไปได้เรื่อยๆ แบบลิงห้าตัว แบบนี้ถึงจะเรียกว่า เจ๋งจริง 



วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2567

อิด' ส อับ ทู ยู

 


นานๆจะเห็นผู้คนมีอารมย์ร่วมกันแบบนี้ซักที

ตั้งแต่ลุงเข้ามาปฎิวัติรัฐประหาร หยุดปรากฎการณ์กีฬาสี แบบที่ว่า ถ้ามีคนใส่เสื้อแดงหลงไปในดงคนใส่เสื้อเหลือง ก็มีสิทธิ์ถูกตีถูกระทืบตาย แบบถวายชีวิตกันเลย ในทางกลับกัน ก็ทำนองเดียวกัน การปรากฏกายของลุงในวันนั้น ทำให้เพลง เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน ก็กระหึ่มขึ้นมาแทนเพลงที่เคยดังในเวทีเสื้อแดง เสื้อเหลืองและลายธงชาติ 

แปดปีผ่านไป คนก็เริ่มมีอารมย์ร่วมกันอีกหน คราวนี้เป็นเสียงตะโกน ไอ เฮีย ทู ตอนนี้ลุงแกไปสู่สุขคติแล้ว ไปสบายแล้ว ไม่ต้องมาบ่นเหนื่อยออกทีวี  พอเลือกตั้งเสร็จ พรรคคนรุ่นใหม่ชนะถล่มทะลาย ลุ้นกันอยู่หลายเดือน สุดท้ายเจอบรรดา สอวอ ออกมาขวางว่าถ้าไอ้หล่อนี่เป็นนายก เราไม่โหวตให้ อารมย์ที่มีต่อสอวอ ก็กระหึ่มอีกที เสียงบ่น ไอ้ควาย ไอ้ควายกระหึ่มไปทั่ว ไม่รู้เขาหมายถึงใคร แต่มันเป็นอารมย์ 

ในที่สุด พรรคเพื่อใครก็ได้จัดตั้งรัดทะบาน แบบทุกลักทุเล คนที่เคยหล่อ แบบหมอคนน่าน กลายเป็น หอมออา... เสียคนไปเลย เพราะแกไปออกหน้าแทนนาย  นั่นก็เป็นผลจากอารย์ร่วม ของคนเคยรัก แล้วต่อมา ลุกทักกี้ก็ได้กลับบ้านมานอนหลบอยู่ชั้นสิบสี่ กระหึ่มอีก รัดถะบวมลุงนิดบริหารเก่งจนคนเริ่มร้องระงมหาลุงตุ่ย มันก็เป็นอารมย์ของคนที่จะอดตาย เฮ่อๆๆๆ 

แล้วเสียงของผู้คนที่มีอารมย์ร่วมกันก็กระหึ่ม แต่คราวนี้มันเป็นอารมย์แบบว่า เรื่องของมึงเลย เอาที่มึงสบายใจ อยากทำอะไรทำเลย บางคนก็ต่อคำสร้อยให้ด้วย เช่น ไอ้ควาย อะไรทำนองนี้ มันเป็นอารมย์เบื่อหน่าย เพราะเห็นทำกันแบบนี้มาไม่รู้กี่หน ขนาดคนไม่ได้ทำยังเบื่อ ผมพูดถึงการยุบพรรคการเมือง ไม่ได้อะไรมาก อิด'ส อับทูยู เลย 

เรื่องความปลอดภัยก็ทำนองเดียวกัน บางทีคนเป็นเซฟตี้เสนอแนะอะไรไป บรรดาเจ้า นายก็ไม่ค่อยจะฟัง บางคนไม่ฟังปล่าว เถียงด้วยว่า เราอยู่กัยมาสามสิบปีไม่เห็นเคยมีอะไร อันนี้ไม่นับไอ้สองคนที่ตกหลังคาคอหักตายเมื่อสองปีก่อน 

คนพวกนี้ บางทีก็ต้องบอกว่า เอาที่มึงสบายใจเลย กูไม่ได้ไปติดคุกติดตารางกับมึง ไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ โรงงานก็ของมึง มึงอยากปล่อยน้ำเสียลงแม่น้ำป่าสัก ก็น้ำมึง เอาที่สบายใจ 

คนงานบางคนก็ดื้อด้านมาก ห้ามอะไร สอนอะไรก็ไม่ค่อยฟัง เถียงด้วย โหทำอะไรทีต้องตัดไฟต้องล๊อกต้องแท่ก เสียเวลาตายห่า พอถามว่าไอ้ที่เสียเวลาเนี่ยมันเวลาของใคร มีสักนาทีมั้ยที่เป็นเวลามึง มันเป็นเวลาของบริษัททั้งนั้น เขาต้องการให้มึงทำให้ปลอดภัยก่อน แหมฮึดฮัด กระฟึ่ดกระฟัด เจอไอ้พวกแบบนี้ก็ต้องบอกว่า เอาเลย เอาที่มึงสบายใจ ไอ้ควาย 

ที่ผ่านมาสองสามเดือนนี้ มีแต่ข่าวปลาหมอคางดำ ข่าวสานรัดถะทำมะนวย ข่าวยุบพรรค ข่าวปลดนายก ข่าว สอวอ  ข่าวปริญญาปลอม 

เอาที่ยูสบายใจเลย พวกเราเข้าใจ 












วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ช่องใหม่บนยูทูป

 หลังจากพรรคการเมืองที่ผมชื่นชอบถูกสั่งยุบพรรคไปเมื่อสองวันก่อน ทำให้อะไรๆที่มันมัวๆหม่นๆ ก็ชัดเจนขึ้น ได้เวลาตั้งช่องยูทูปใหม่ 

ติดตามเนื้อหาสนุกๆด้านความปลอดภัยได้ทั้งสองช่องทาง คลิกที่นี่ 

นอกจากนี่ผมยังมีเนื้อหาเกี่ยวกับข่าวคราวและวิเคราะห์กระเทาะกระทบกระเทียบไว้ในเว็ปไซต์  www.workersaved.com     มีเรื่องมุมมองกฏหมายมาคุย อย่างเรื่อง ผีอิฐบล็อก 


ไว้พบกันนะครับ 

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2567

เรื่องกากๆ

กากแคดเมี่ยม ถูกขุดขึ้นมาจากหลุม แล้วส่งไปซ่อนไว้ในโกดังต่างๆหลายแห่ง พอเป็นข่าวขึ้นมา คราวนี้ก็ออกมาแก้เกี้ยว กันพัลวัน คนที่เกี่ยวข้องตรงๆ ก็หนีไม่พ้น ก็คือกรมโรงงาน เพราะตัวเองเป็นคนกำกับดูแล เรื่องการจดทะเบียน การอนุญาต โรงงานกำจัดกาก และเรื่อง การแจ้ง รายงาน การมีขึ้นของบรรดาของเสีย วัสดุไม่ใช้แล้ว รวมไปจนถึงบรรดาขยะอันตราย แถมมีระบบที่ต้องกรอกข้อมูลด้วยระบบออนไลน์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า แหล่งกำเนิดของเสียเหล่านั้น ถูกขนส่งไปยังสถานที่บำบัดที่ได้รับอนุญาต โดยผู้รับจ้างขนส่งที่ได้รับอนุญาต ระบบ Manifest แบบนี้นับได้ว่าถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้มีการลักลอบขน นำไปกำจัดแบบมั่วๆ แต่คำถามที่ทำเอาติดคอกันไปตามๆกันคือ อยู่ๆ มีคนไปขุดบ่อฝังกลบ กากของเสียอันตราย ใส่ถุงบิ๊กแบ๊ค ขนไปไว้ในโกดัง ทั้งใน กทม.และหัวเมือง มันเกิดขึ้นได้อย่างไร 

เรื่องนี้ ไม่ต้องการคำตอบอะไรทั้งสิ้น ก็ขนาดโรงงาน ปล่อยน้ำที่ไม่ได้บำบัดออกไปนอกโรงงานทุกเดือน อุตสาหกรรมจังหวัดเข้าไปตรวจ ก็ยังไม่เห็นจะทำอะไร ทั้งๆที่ตัวเองมีประกาศกรมโรงงาน สามารถปรับผู้ก่อมลพิษได้วันละสองแสน ยังไม่ทำอะไร เรื่องนี้ใครข้องใจว่า ใคร อะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ หลังไมค์เข้ามา จะให้ดูรายงานที่เคยทำเรื่องสอบสวนผู้บริหารระดับสูงของโรงงานชื่อดัง จะได้ประจานกันไปว่า เรื่องกากๆ คนกากๆ มีอยู่ทั่วไปหมด ฝังเท่าไหร่ก็ไม่หมด เหมือนผีดิบ เดี๋ยวมันก็ลุกออกมาเดินได้ 


กลับมาที่กากแคดเมี่ยม คนที่ก่อให้เกิดกากชนิดนี้ เขาก็รู้ ว่าแคดเมี่ยมมีอันตรายต่อร่างกาย เขาก็ส่งไปกำจัดที่บ่อฝังกลบ 

ส่วนไอ้เจ้าของบ่อฝังกลบนี่แหละ ที่ต้องตอบคำถาม ว่าอยู่ดีๆ ทำไมถึงเปิดป่าช้า ขุดเอาซากซอมบี้ที่นอนอยู่ในหลุม ใส่ถุงบิ๊กแบ๊ค ขนใส่รถบรรทุก เอาไปไว้ในโกดังที่ปลายทาง เออ ตอบมาว่าเพราะอะไร

ส่วนไอ้เจ้าของโกดังปลายทาง ทำไมอยู่ดีๆ เปิดโกดังเอาถุงใส่ซากซอมบี้มาเก็บไว้ 

ถ้าไอ้สองคนนี่มันซัดทอดว่า ที่ขุด ที่ขนมาเนี่ย เจ้าหน้าที่เขาอนุญาตแล้ว ก็ต้องถามว่าใครอนุญาต เพราะผมก็เคยเจอ ตนที่อนุญาตให้โรงไฟฟ้าแถวๆมาบตาพุด ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ยังไม่เสร็จ ปล่อยน้ำที่ไม่ได้บำบัด ฟองฟ่อด ลงทะเลหน้าตาเฉย ผมก็เคยไปเจอและถามมาแล้วเหมือนกัน เคสนี้ มันก็ต้องมีคนอนุญาตแหละ อยู่ๆจะขุดซากขึ้นมา มันก็คงไม่ง่ายละม้าง 

อีกคนหนึ่ง โบกรถเหยงๆอยู่ข้างถนน เห็นขนอะไรมา ไม่เรียกขอดูอะไรบ้างเลยรึ ขนขยะอันตราย ป้งป้ายไม่ติด หรือจะเถียงว่า ไอ้โบกน่ะก็โบกแหละ แต่มันมีใบผ่านทาง ก็ต้องให้ไป นี่ก็รอกำนันนกเขาออกคุกมาจะได้ไปกินเลี้ยงดันเหมือนเคย แหะๆๆๆๆ พูดลำบาก วัวเคยค้าหมาเคยขี่ 

เอาหละ ถ้าไอ้คนที่เขาอนุญาตมันชิ่ง ติ๊ดชึ่ง ออกตัวล้อฟรีว่าไม่ได้อนุญาต ก็เท่ากับว่า ไอ้เจ้าของป่าช้า กับเจ้าของโกดังก็รับไปเต็มๆ จะหลบท่าไหนก็โดนอยู่ดี 

เรื่องอลเวง ที่เกิดจากการเอาหูไปนี่ เอาอี๋ไปนู่น มันก็ลงเอยแบบนี้แหละ อย่าให้ฉะอย่าให้แฉ จิ้มไปตรงไหนก็เยิ้มไปหมด เหมือนผีเน่า 

ไงล่ะเมิง นี่ขนาดกากแคดเมี่ยมน่ะ ถ้าเป็นกากกัมมันตภาพรังสีล่ะก็งานเลย ว่าแต่ว่าเห็นรึ่มๆจะเอาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไม่ใช่รึ ค่าไฟจะได้ถูกลงอีกสักสองสลึง 

เสียงฮาจากวงเหล้า

  เวลานั่งฟังคนเถียงกันในวงเหล้านี่มันก็ครึกครื้นไปอีกแบบ และจะยิ่งครึกครื้นหนักขึ้นไปอีกถ้าเขาเป็นคอเหล้าที่เมาด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีกา...